ซิด วิเซียส เจ้าชายแห่งวงการเพลงพังค์

วงการเพลงพังค์ อาจจะไม่ได้เป็นวงการเพลงใหญ่นักในบ้านเราแต่ต่างประเทศแนวดนตรีพังค์กลับได้รับความนิยมพอสมควรเลยทีเดียว อีกทั้งนักดนตรีวงนี้ก็มีเยอะด้วย แต่ละคนต่างก็มีความโดดเด่นทางด้านดนตรีและคาแรกเตอร์เฉพาะตัว หนึ่งในนักดนตรีสไตล์พังค์ยอดนิยมจนเรียกกันว่าเจ้าชายแห่งวงการเพลงพังค์เลยนั่นคือ ซิด วิเซียส

ซิด วิเซียส เค้าเป็นใคร

ซิด วิเซียส เค้าคือมือเบสของวงดนตรีชื่อว่า Sex Pistols เค้าเป็นนักดนตรีที่มีหน้าตาหล่อเหลา หน้าตาที่ซุกซ่อนความเหงา ความเครียด และปมปัญหาเอาไว้นี่แหละทำให้หลายคนเห็นเค้าเล่นดนตรีแล้วประกาศตัวเป็นสาวกขอติดตามเค้าไปด้วย สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายมากของเค้านั่นคือ เค้าจากพวกเราเร็วเกินไปด้วยอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้นเอง

ชีวิตสุดแสนรันทดในวัยเด็ก

วัยเด็กของเจ้าชายดนตรีพังค์คนนี้ต้องใช้คำว่า รันทด ก็คงจะไม่ผิดนัก เค้าเกิดมาพร้อมกับปัญหาของครอบครัว พ่อแม่หย่าร้างกันไป เค้าโดนทิ้งให้อยู่กับแม่และเค้าไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เพียงเท่านั้นเค้าต้องย้ายติดตามมารดาไปยังเกาะอิบิซ่า หนึ่งในเกาะของประเทศสเปน ที่นั่นเค้าต้องเฝ้ามองแม่เลี้ยงพวกเค้าด้วยความยากลำบาก แม่หาเงินเลี้ยงพวกเค้าด้วยเงินจากการขายยาเสพติด

การประกาศตัวอย่างชัดเจน

อย่างหนึ่งที่ทำให้ ซิด ได้เค้ามาสู่วงการดนตรี และวงดนตรี Sex pistols นั่นคือความมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง จากชีวิตในวัยเด็กที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาโดยตลอด นั่นทำให้เค้าประกาศตัวอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นนักร้องที่เสพยาเสพติด แม้ว่าจะดูผิดแปลกในยุคนี้ (เหมือนคนขวางโลก)แต่ย้อนกลับไปตอนนั้นการทำแบบนี้ถือว่าได้ใจแฟนแพลงเอามากๆ แม้ว่าทักษะทางด้านดนตรีหลายคนอาจจะมองว่า “ธรรมดา” ก็ตาม แต่ผู้เขียนมองว่ามันก็ไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้นนะ มีดีด้านดนตรีอยู่เหมือนกัน

ความโด่งดัง = ความกดดัน

เมื่อ ซิด ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีชื่อดังอย่าง Sex pistols แล้ว นั่นทำให้เค้าต้องรับมือกับแรงกดดัน และความคาดหวังจากแฟนเพลงอย่างมหาศาล น่าเสียดายความโด่งดัง กลายเป็นความกดดันที่กลับมาฆ่าตัวเค้าเอง ซิด ไม่สามารถรับมือกับความกดดันเหล่านั้นได้ทำให้เค้าหันกลับไปใช้ยาเสพติดหนักกว่าเดิม ยิ่งเฮโรอีนด้วยแล้วยิ่งหนักเลยจนทำให้เค้าต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องราว ข่าวฉาว ที่มีสาเหตุจากยาเสพติดมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายแล้ว ซิด ก็เลือกจากพวกเราไปเพื่อตามหาคนรักของเค้า แนนซี่ น่าเสียดายจริงๆ